มจร ทำสามีจิกรรมเนื่องในเข้าพรรษาแด่ พระธรรมรัตนดิลก กก.มส.

เมื่อ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา  ๑๗.๐๐ น. คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ทำสามีจิกรรม เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาแด่ พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) กรรมการมหาเถรสมาคม, ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ๙, เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, รองประธานกรรมการอุปถัมภ์โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๖๓ โดยมีพระราชปริยัติกวี, ศ.ดร. อธิการบดี มจร เป็นประธานนำสามีจิกรรม ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ พระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ นำผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรวิทยาลัยพระธรรมทูต และกองวิเทศสัมพันธ์ มจร ร่วมกระทำสามีจิกรรมด้วย

630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 1 630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 2 630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 3 630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 4 630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 6 630707 17.00 สามีจิกรรม พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ  วัดอรุณ 7

การทำสามีจิกรรมเป็นธรรมเนียมของสงฆ์อย่างหนึ่งที่ภิกษุสามเณรพึงทำความชอบต่อกันเพื่อความสามัคคีกัน อยู่ร่วมกันโดยสงบสุข การทำความชอบนี้เรียกว่าสามีจิกรรมหมายถึงการขอขมาโทษกัน ให้อภัยกันทุกโอกาส ไม่ว่าจะมีโทษขัดข้องหมองใจกันหรือไม่ก็ตาม ถึงโอกาสที่ควรทำสามีจิกรรมกันแล้ว ทุกรูปไม่พึงละโอกาสเสีย จึงได้ชื่อว่าเป็นภิกษุสามเณรที่ดี ปฏิบัติชอบตามระบอบพระธรรมวินัย สำหรับโอกาสที่ควรทำสามีจิกรรมนั้น มีดังนี้

๑. ในวันเข้าพรรษา ทั้งภิกษุสามเณรที่อยู่ร่วมวัดเดียวกันควรทำสามีจิกรรมต่อกันเรียงตัวตั้งแต่ผู้มีอาวุโสมากที่สุดถึงสามเณรรูปสุดท้ายในวัด ไม่ควรเว้น เพื่อความสามัคคี

๒. ในระยะเข้าพรรษา เริ่มแต่วันเข้าพรรษาและหลังวันเข้าพรรษา ระยะเวลาประมาณ 7 วัน ควรทำสามีจิกรรมต่อท่านที่ตนเคารพนับถือ ซึ่งอยู่ต่างวัด

๓. ในโอกาสจะจากกันไปอยู่วัดอื่นหรือถิ่นอื่น นิยมทำต่อท่านผู้มีอาวุโสกว่าตนในวัดและต่อท่านที่เคารพนับถือทั่วไป

ข่าว : วิทยาลัยพระธรรมทูต, พระมหาวิเชียร สุธีโร 

รายงาน: พระมหาสมาน ชาตวิริโย, ดร.

ภาษาอังกฤษ : พระสิริวรรณะ สิริวณฺโณ

ภาพ :  วิทยาลัยพระธรรมทูต, นายลิขิต บุญละคร